วิธีเก็บเงิน 3000 ใน 1 เดือนเป็นไปได้จริงหรือ? หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าจะทำได้ เพราะตอนนี้ข้าวของต่าง ๆ ก็ราคาแพง เรียกว่าค่าครองชีพสูงทีเดียวล่ะ แต่บอกเลยว่าในความเป็นจริงแล้ว การเก็บเงินให้ได้ 3,000 บาทใน 1 เดือนและ เก็บ 3,000 บาทแบบนี้ตลอดไปในทุก ๆ เดือนสามารถทำได้จริง และไม่ได้ยากอย่างที่คิดไว้ แม้จะเป็นวัยเรียนนิสิตนักศึกษาก็สามารถทำได้ ไปดูกันเลยว่ามีวิธีไหนกันบ้าง

เก็บเงิน 3000 ใน 1 เดือน ไม่ยาก ถ้าได้ลองวิธีนี้ 2

1.เปลี่ยนความคิดและความเชื่อเดิม ๆ

ความคิด ความเชื่อ ความมั่นใจของคนเราแตกต่างกัน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่บางคนอาจจะยังไม่ได้ทำงานเลี้ยงตัวเองเต็ม 100% มักจะมีความคิดและทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องการเก็บเงินอยู่ 2 อย่างคือ

  • คิดว่าการเก็บเงินสำหรับตนเองแล้วเป็นไปไม่ได้เลย
  • คิดว่าตัวเองอายุยังน้อย ยังมีเวลาอีกนานในการจะวางแผนการออมเงิน

ซึ่งทั้งสองทัศนคตินี้ล้วนไม่ถูกต้องทั้งสิ้น จริง ๆ วัยรุ่นแม้จะยังขอเงินจากทางบ้านก็เก็บเงินได้ อยู่ที่เราเห็นคุณค่าของเงินหรือไม่ ส่วนใครที่ประมาทคิดว่าอายุยังไม่เท่าไหร่ ยังไม่ต้องรีบเก็บเงินก็ถือว่าพลาดเช่นกัน เพราะในสมัยนี้ใครมีเงินเก็บมากเท่ากับมีพื้นฐานชีวิตที่ดี และนั่นหมายถึงชีวิตที่มั่นคงเร็วขึ้นกว่าคนอื่นนั่นเอง ดังนั้น ขั้นตอนแรกของวิธีเก็บเงิน 3000 ใน 1 เดือนก็คือ เปลี่ยน Mindset เกี่ยวกับเรื่องการเก็บเงินของตนเองให้ได้เสียก่อน

2.เหลือเก็บค่อยเอาไปใช้

เมื่อจัด Mindset ของตนเองได้แล้ววิธีเก็บเงิน 3000 ใน 1 เดือนในขั้นตอนต่อมาคือ หากได้เงินมาไม่ว่าจะทางไหนให้ฝึกตนเองหักเก็บก่อนแล้วที่เหลือจากการหักเก็บค่อยนำมาใช้จ่าย อย่างสมมุติว่าคุณมีรายได้จากทางบ้าน Support มา บวกกับการหารายได้พิเศษของตนเองตกเดือนละ 13,000 บาท ก็ให้หักเงินเก็บออกก่อนเลยส่วนหนึ่ง ที่เหลือจากการหักเก็บก็เอาไปใช้จ่ายปกติ ใหม่ ๆ อาจจะเริ่มต้นที่ 1 พัน ต่อไปก็เพิ่มเป็นหัก 2 พัน และก็หัก 3 พันค่อย ๆไปแบบนี้ แค่นี้ก็ทำได้แล้ว

3.ตั้งเป้าให้เล็ก เริ่มต้นแค่วันละ 100 บาท

บางคนอาจจะรู้สึกว่า การหักเงินที่ได้มาเก็บไปเลยส่วนหนึ่งนั้นเป็นอะไรที่ยากและดูจะหักดิบเกินไปสำหรับตนเอง เพราะบางคนมีค่าใช้จ่ายมากมาย หักเงินไปก่อนจะไม่พอใช้ ก็ลองใช้วิธีใหม่อย่าง เหลือจ่ายค่อยเอามาเก็บ แต่วิธีนี้คุณจะต้องตั้งเป้าหมายการออมเอาไว้ก่อน ซึ่งเป้าของเราก็ให้ตั้งเบา ๆ ไว้ที่ 100 บาท คือ ทุกวันที่ผ่านไปจะใช้อะไรก็ตามต้องเหลือเก็บ 100 บาททุกวัน

เชื่อว่าใหม่ ๆ บางคนก็อาจจะยังไม่ชิน ก็แนะนำให้ใช้วิธีการจดบันทึกรายรับรายจ่าย เดี๋ยวนี้ง่ายขึ้นเพราะมีแอปพลิเคชันบันทึกรายรับรายจ่ายให้ใช้บนมือถือด้วย เมื่อรู้ว่าใช้อะไรไปบางในแต่ละวันจะทำให้เราคำนวณได้ว่าจะลดอะไรบ้าง ถึงจะทำให้เหลือเงินวันละ 100 บาทได้ ถ้าคุณทำได้ตามนี้ ถึงสิ้นเดือนคุณก็จะมีเงิน 3,000 บาทเห็น ๆ เลย

4.ธนบัตร 50 บาทถ้ามีอย่าใช้

คำถามคือทำไมต้องห้ามใช้ธนบัตร 50 ด้วย นั่นก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วในการใช้จ่ายแต่ละวันของเรานั้น จะพบเจอธนบัตรใบละ 50 บาทไม่บ่อยเท่ากับธนบัตรใบละ 20 กับธนบัตรใบละ100 เมื่อคุณมองว่าธนบัตรใบละ 50 บาทเป็นของหายากเจอได้น้อย เหมือนของสะสมไม่ได้เจอทุกวัน ก็ควรต้องเก็บเอาไว้ พอคิดแบบนี้ เวลาเจอธนบัตรใบละ 50 บาทเมื่อใดคุณจะเก็บไม่ยอมใช้และจะกลายเป็นนิสัยไปเลย ตรงนี้ถือเป็นเคล็ดลับเก็บเงินชั้นเลิศทีเดียว

พรุ่งนี้อาจไม่เจอแต่วันต่อไปก็อาจจะเจออีก หากวันข้างหน้าคุณเจออีกก็เก็บอีก ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เก็บไว้ทั้งหมดอย่าใช้ มารู้ตัวอีกทีตอนสิ้นเดือนคุณอาจจะได้เงินครบ 3,000 บาทแบบไม่ทันรู้ตัว ดีไม่ดีบางคนอาจได้มากกว่านั้นด้วย นี่ก็เป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเหมือนกัน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวิธีเก็บเงิน 3000 ใน 1 เดือน ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้ยากเลย อุปสรรคที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณเริ่มต้นเก็บเงินจาก Mindset แบบไหน ถ้าเชื่อว่าตนเองเก็บได้ มีวินัยทางการเงินได้ บอกเลยว่าเงิน 3,000 บาท รออยู่ในกระเป๋าคุณตอนสิ้นเดือนเรียบร้อยแล้ว