สำหรับคนที่มีหน้าที่การงานและสถานะทางการเงินค่อนข้างมั่นคง อาจจะรู้สึกว่าการขอสินเชื่อจากไฟแนนซ์เป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นนัก เพราะมักจะได้รับความเชื่อถือให้สินเชื่อจากสถาบันทางการเงินและธนาคารส่วนใหญ่ แค่อาจจะมีบางช่วงที่ต้องนั่งรอคำตอบว่าจะอนุมัติให้ผ่านหรือไม่แบบลุ้นๆ บ้าง แต่คนที่ไม่ได้ทำงานประจำและไม่มีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับรายได้ที่แน่นอน เช่น อาชีพฟรีแลนซ์ แม่ค้า พ่อค้าตามตลาด ฯลฯ หากเป็นสินเชื่อไฟแนนซ์ทั่วไป ก็มักจะโดนปฏิเสธ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่า สินเชื่อรายย่อย Nano Finance คืออะไร

C:\Users\Administrator\Documents\photo-1454165804606-c3d57bc86b40.jpg

Nano Finance คืออะไร

Nano Finance คือ สินเชื่อที่ตอบโจทย์การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ หากจะพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นสินเชื่อเพื่อบุคคลธรรมดาที่ไม่มีเอกสารแสดงรายได้ หรือที่เราติดปากเรียกบ่อยๆ ว่า Statement ไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ไม่มีผู้ค้ำประกัน หรืออาจจะติดเครดิตบูโร ซึ่งต้องการเงินทุนไปหมุนเวียนเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ และลดโอกาสเกิดการกู้ยืมหนี้นอกระบบ ซึ่งตามปกติการกู้สินเชื่อตามสถาบันทางการเงิน หรือธนาคารทั่วไป มักจะต้องตรวจสอบเอกสารและบุคคลเหล่านั้น

เงื่อนไขของการกู้ Nano Finance

แม้คุณจะเป็นแค่บุคคลธรรมดา ที่ไม่มีรายได้ประจำ ไม่เคยเดินบัญชีธนาคาร ไม่มีสลิปเงินเดือน และไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันก็ไม่เป็นไร ขอแค่คุณเป็นผู้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยตามที่ตัวเองได้กู้ไปก็เพียงพอ ทั้งนี้ ด้วยความที่ Nano Finance คือ สินเชื่อรายย่อยที่ไม่ต้องใช้เอกสาร หรือบุคคลมาพิจารณาให้ยุ่งยาก วงเงินที่กู้จึงมีจำกัดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ทั้งดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมกันจะไม่เกินร้อยละ 36 และไม่ให้คิดค่าปรับ ค่าติดตามทวงหนี้ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้กู้จนเกินไป ส่วนอายุสินเชื่อขึ้นกับผู้ประกอบการ กำหนดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

ผู้ให้บริการ Nano Finance

ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการสินเชื่อ Nano Finance จะไม่ใช่สถาบันทางการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่ด้วยความที่ Nano Finance คือ บริการสินเชื่อที่เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาล ก็จำเป็นที่จะต้องมีลักษณ์องค์กรเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลได้วางไว้ คือ เป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 7 จึงจะมีสิทธิขอใบอนุญาตให้สินเชื่อ Nano Finance ได้ โดยจำเป็นที่จะต้องยื่นขอคำขออนุญาตผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย หากส่งเรื่องถึงกระทรวงการคลังและได้รับความเห็นชอบแล้ว รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ก็จะเป็นผู้ให้ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการให้สินเชื่อ Nano Finance ได้ แต่หากธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินอยากให้บริการสินเชื่อ Nano ก็สามารถทำได้ทันที โดยที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาตเพิ่มเติม

เกณฑ์การพิจารณาของ Nano Finance

จากที่เราได้บอกไปในก่อนหน้านี้ว่า แม้แต่คนที่ติดบูโรก็สามารถขอยื่นกู้ได้ ก็เพราะว่าระบบการพิจารณาของ Nano Finance คือ เขาจะข้ามส่วนของการเช็คเครดิตบูโรไป โดยเน้นพิจารณาจากรายได้จริงมากกว่า ไม่ว่าจะทั้งอาชีพค้าขาย หรือ อาชีพอิสระก็สามารถยื่นได้ทั้งสิ้น โดยในปัจจุบันกลุ่มอาชีพค้าขาย มักจะมีโอกาสผ่านการอนุมัติมากกว่ากลุ่มอาชีพอิสระ แต่ถ้ากลุ่มคนอาชีพอิสระสังกัดอยู่ในรูปแบบขององค์กรบริษัท หรือกลุ่มคนที่ทำงานประจำแต่มีรายได้น้อยไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน ก็จะมีโอกาสได้รับพิจารณาให้อนุมัติมากกว่า หากพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความสามารถมากพอที่จะสามารถชำระหนี้ได้ตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนด

สรุปแล้ว Nano Finance คือสินเชื่อที่เหมาะกับใคร

สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจว่า Nano Finance จะเหมาะกับตัวเองรึเปล่า เราจะขอสรุปให้ฟังสั้นว่า Nano Finance คือ สินเชื่อที่เหมาะกับบุคคลทั่วไป ย้ำอีกครั้งว่า คนทั่วไป! ทุกคนที่ต้องการเงินจำนวนไม่มากซักก้อนหนึ่ง ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร จะเป็นงานประจำหรือไม่ ไม่สำคัญ หากคุณกำลังเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังมองหาเงินทุนมาหมุนเวียน โดยที่ไม่อยากได้ดอกเบี้ยแสนแพงอย่างการกู้หนี้นอกระบบ Nano Finance ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมากๆ เพราะผู้ให้บริการ Nano Finance อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง ใครที่มีรายได้น้อย หรือไม่ได้ทำงานประจำ เช่น อาชีพอิสระแบบฟรีแลนซ์ หรือพ่อค้าแม่ค้า ฯลฯ ไม่สามารถยื่นกู้สถาบันการเงินหรือธนาคารปกติได้ อยากให้คุณได้ลองยื่นกับ Nano Finance เพราะว่าใช้ระยะเวลาไม่กี่วันในการพิจารณา ดีกว่าต้องทนทุกข์ทรมานกับ เจ้าหนี้สุดโหดและดอกเบี้ยแสนแพงไปอีกนาน

 

สุดท้ายนี้ ก่อนที่จะรีบพุ่งตัวไปยื่นกู้ Nano Finance คือ ควรที่จะพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนว่า เงินที่จะยื่นกู้มาเราต้องวางแผนให้ดีก่อนว่า เราจะนำเงินก้อนนี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุด เพราะถึง Nano Finance จะเป็นมาตรการที่ออกมาช่วยกลุ่มคนรายได้น้อยให้ห่างไกลจากหนี้นอกระบบ แต่ก็อย่าลืมว่า เงินนี้ไม่ใช่ว่าได้มาฟรีๆ แต่ต้องเสียดอกเบี้ยที่อาจสูงถึงร้อยละ 36 ต่อปี หากเป็นไปได้ก็ไม่ควรกู้มาเพื่อหักลบกลบหนี้อย่างเดียว แต่ควรนำไปลงทุน หรือหมุนเพื่อให้อาชีพ และกิจการงานของตัวเองมีรายได้ที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้สถานะทางการเงินมั่นคง ลดโอกาสการสร้างหนี้จากทั้งในและนอกระบบได้อย่างยั่งยืน