เครียดมากเป็นหนี้!! 7 วิธีรับมือกับหนี้ให้อยู่รอด

เครียดเป็นหนี้จะทำอย่างไรดีในสภาวะเศรษฐกิจที่โดนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากทั้งปัญหาการเมือง สงครามการค้าระหว่างประเทศ โรคระบาดที่สร้างความเสียหายร้ายแรงระดับโลก เรียกได้ว่าที่คิดว่าหนักแล้วก็ยังมีเรื่องหนักได้อีกรอคอยอยู่อย่างไม่คาดคิดตลอด ถึงจุดของชีวิตที่ว่าตกต่ำแล้วก็ยังมีจุดที่ต่ำกว่ารอให้ลงไปเหยียบได้อีก จากปัจจัยภายนอกเหล่านี้คงต้องยอมรับว่าต่อให้เรามีแผนการเงินที่มีระเบียบวินัยและจัดการตัวเองได้ดีขนาดไหน สุดท้ายก็อาจจะรับมือไม่ไหวอยู่ดี การกู้หนี้ยืมสินคงไม่ใช่ทางออกที่หลายคนต้องการ

แต่เมื่อมีความจำเป็นบีบบังคับ บ้านก็ต้องเช่า ข้าวก็ต้องซื้อ ลูกหลานยังต้องมีการศึกษา ครอบครัวยังต้องการการดูแล สุดท้ายผู้คนจำนวนมากจึงหันหน้าพึ่งพาการกู้ยืมเงินมาหมุนเวียนเพื่อเอาชีวิตให้รอดกันไป แล้วค่อยหาทางผ่อนใช้กันไปอีกที ซึ่งหากแผนการชำระหนี้คืนเกิดมีปัญหาไม่ได้ราบเรียบดังใจคิด จนต้องกุมขมับเครียดหนัก ว่าจะหาเงินไปชดใช้หนี้สินที่เกิดขึ้นได้อย่างไร 7 วิธีนี้อาจช่วยให้คุณผ่านพ้นปัญหาและยังอยู่รอดได้

เครียดมากเป็นหนี้!! 7 วิธีรับมือกับหนี้ให้อยู่รอด 2

เครียดเป็นหนี้ 7 วิธีนี้คือทางออก

เมื่อถึงคราวเข้าตาจน ชีวิตเครียดเป็นหนี้จนหันไปทิศไหนก็มืดแปดด้าน ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขเสมอ ลองดู 7 วิธีนี้ก่อนอาจจะช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินของคุณได้ไม่มากก็น้อย

1.เจรจากับทางธนาคารหรือบัตรเครดิตเพื่อขอผ่อนผันยอดหนี้

ในกรณีที่คุณไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระมาก่อน หรือเป็นลูกหนี้ที่จัดอยู่ในขั้นลูกหนี้ชั้นดี เมื่อถึงคราวมีปัญหาจนคาดว่าจะไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนด ทางธนาคารหรือบัตรเครดิตก็ไม่ได้ใจร้ายเกินไปที่จะช่วยผ่อนผัน โดยอาจจะยืดเวลาผ่อนชำระเพื่อลดค่างวดหนี้ที่ต้องผ่อนส่ง หรือพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยให้ได้

2.ขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นทิ้งไปก่อน

อสังหาริมทรัพย์ที่พอมีบางอย่าง รถยนต์ที่ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง วันนี้อาจถึงคราวต้องปล่อยวางและปล่อยไปก่อน เพื่อนำเงินก้อนมาใช้ในการโปะยอดหนี้และหมุนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินทองของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่หากยังยึดติดไม่ยอมละทิ้งบางอย่างไปบ้างอาจจะได้ตายกันเสียก่อน

3.รีไฟแนนซ์ปรับโครงสร้างหนี้

เป็นทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ตึง และการประหยัดดอกเบี้ยค่างวดผ่อนบ้านและรถได้ไปในคราวเดียวกัน โดยแต่ละธนาคารต่างมีโปรโมชั่นเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์โอนหนี้เก่ามาเข้าเป็นยอดกู้ยืมใหม่ในดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิม สำหรับยอดหนี้หลักล้านที่มีระยะเวลาผ่อนยาวนาน อาจจะได้ลดค่าดอกเบี้ยคืนเข้ากระเป๋าเป็นแสนเลยก็ได้

4.ใช้เงินที่มีจำกัด แบ่งสัดส่วนเพื่อชำระยอดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงให้มากที่สุดเป็นอันดับแรก

มียอดหนี้หลายก้อน หากต้องเลือกว่าต้องจ่ายยอดไหนมากน้อยเท่าไหร่ ควรเลือกจ่ายยอดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยลดจำนวนหนี้จากดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในเดือนต่อ ๆ ไปในอนาคตลง แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาถึงกรณีเป็นหนี้แบบลดต้นลดดอกด้วยหรือไม่ประกอบการตัดสินใจด้วย หากหนี้นั้นมีอัตราดอกเบี้ยสูงจริงแต่เป็นแบบดอกเบี้ยคงที่ตลอดสัญญา เมื่อเปรียบเทียบกับอีกยอดหนี้ที่ดอกเบี้ยเหมือนจะต่ำกว่า แต่เป็นหนี้ที่มีเงื่อนไขลดต้นลดดอก ก็ควรเลือกจ่ายลดต้นเพื่อลดดอกเบี้ยลงแทน

5.รัดเข็มขัด ประหยัดทุกทาง

เมื่อถึงคราวเป็นหนี้ท่วมหัวจนแทบเอาไม่รอดขนาดนี้แล้ว จะยังใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมก็ดูจะกระไรอยู่ เพราะการที่ต้องเครียดเป็นหนี้ขนาดนี้ก็ล้วนเกิดมาจากการบริหารจัดการการเงินที่ผิดพลาดของเราทั้งสิ้น ดังนั้นหากยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอุปนิสัยทางการเงินของเราให้เข้ากับสถานะหนี้ที่บีบรัดตัวเราแน่นจนแทบหายใจไม่ออกขนาดนี้ ก็เตรียมเข้าสู่ชีวิตที่ไม่มีอะไรจะกินต่อไปได้เลย

6.โปะยอดหนี้น้อยให้หมด เพื่อลดจำนวนเจ้าหนี้ให้มากที่สุด

การชำระหนี้หลายทาง มีสัญญาหนี้หลายฉบับนั้นส่งผลเสียอย่างมาก ทั้งยังทำให้ยิ่งเครียดยิ่งปวดหัว ต้องวิ่งเต้นชำระงวดหนี้กับเจ้าหนี้หลายราย เสียทั้งเวลาทั้งสุขภาพจิต รวมทั้งเครดิตทางการเงินของคุณด้วย หากวันนี้คุณยังมีหนี้หลายก้อนจนสับสนไปหมด ไม่รู้จะทำอย่างไร ใจเย็น ๆ ทยอยปิดหนี้เล็กน้อยและลดจำนวนเจ้าหนี้ที่ตามทวงไปเท่าที่ทำได้ก่อน รับรองว่าจะช่วยบรรเทาความเครียดจากการเป็นหนี้สินไปได้ไม่น้อยทีเดียว

7.รวมยอดหนี้ให้เป็นหนึ่งก้อน แต่ดอกเบี้ยต่ำลง

หากพิจารณาแล้วว่าอาจจะไม่สามารถโปะหนี้จำนวนน้อยเพื่อลดจำนวนเจ้าหนี้ลงได้ อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยคุณเช่นกันได้คือการกู้หนี้ยอดใหม่ที่ดอกเบี้ยต่ำลง มาปิดหนี้ทั้งหมดที่คุณถืออยู่ จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตากับการผ่อนชำระหนี้ก้อนนี้ไป วิธีนี้จะช่วยให้เครดิตทางการเงินของคุณดีขึ้น เพราะไม่มีหนี้หลายก้อน และยังช่วยประหยัดดอกเบี้ย ประหยัดเวลา ไม่สับสน และมีจำนวนหนี้รวมที่เป็นรูปธรรมให้เห็นชัดเพื่อลุยแก้ต่อไปด้วย

ลดความเครียดเป็นหนี้ได้ ด้วยความตั้งใจแก้ไขปัญหา

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือต่อให้เราจะทุกข์กับการเครียดเป็นหนี้มากแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้หนี้ของเราหายไปได้ มีเพียงแต่ต้องใช้สติคิดหาว่าวิธีใดบ้างทีสามารถช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินให้ลดน้อยลงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งหนทางสู่ความปลอดหนี้อาจต้องใช้เวลาและความอดทนพอสมควร แต่หากเราตั้งมั่นที่จะทำอย่างไม่ลดละก็ย่อมจะประสบความสำเร็จได้ดั่งใจฝันในซักวันแน่นอน